“เตี่ย” คือคำที่ผมใช้เรียกคุณพ่อ “เตี่ย” ของผม ก็คงจะเหมือนๆกับคุณพ่อของใครอีกหลายๆคน ที่มีคุณปู่คุณย่าหอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ที่เมืองไทย จนประสบความสำเร็จ มีเงินมีทองให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้สบาย เรียนหนังสือกันสูงๆ
เตี่ย เกิดและเติบโตที่ อ. เมือง จ.พิจิตร ในขณะที่กำลังเรียนหนังสืออยู่นั้น ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ จ.พิจิตร ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือบ้านของเราด้วย ทำให้อากง และ อาโกว ต้องย้ายถิ่นฐาน มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ อ.หนองไผ่ จ. เพชรบูรณ์ ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นกิ่งอำเภอเล็กๆ
ที่ยังไม่มีอะไรเลย!
อากงกับอาโกวเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินติดลบ 10,000 บาท นั่นหมายถึง “ไปกู้เงินเค้ามาทำทุนเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท”
ช่วงนั้นบ้้านของเราลำบากกันมากๆ ต้องไปเช่าบ้านเค้าอยู่ พื้นดินที่ร้านก็เป็นดินแดง อากงกับอาโกว พยายามทุกวิถีทางที่จะขยับฐานะของทางบ้านให้ได้
“ไม่ให้ใครมาดูถูก”
ส่วนเตี่ยหลังจากจบชั้นมัธยมปลายที่จ.พิจิตรก็ได้เข้ามาช่วยงานกิจการที่บ้านต่อ เรียกว่าเป็นรุ่นที่ 2 ด้วยความซื่อสัตย์สุจิตร ขยันหมั่นเพียร ทำให้กิจการการค้าของบ้านเราโตขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ำมีเงินทุนติดลบ ก็เริ่มมีเงินเก็บ พอเริ่มมีเงินเก็บก็เริ่มมีที่ดิน มีรถ และมีบ้าน
ปัจจุบันอาณาจักรของเตี่ยมีมูลค่านับ 50 ล้านบาท!!! ส่งเสียให้ลูกๆทั้ง 5 คนได้เรียนหนังสือกันสูงๆ
ซึ่งพวกเราทุกคนก็ไม่ทำให้เตี่ยผิดหวัง ลูกๆของเตี่ยเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้กันทุกคน มีทั้งนักบริหาร อาจารย์ แพทย์ เภสัช และ วิศวะ
ถึงแม้บ้านของเราจะเริ่มสุขสบายกันแล้ว แต่เตี่ยก็ยังไม่ลืมที่จะสอนให้ลูกๆ ขยัน มัธยัสถ์ และ อดทน และคำสอนที่ดีที่สุดของเตี่ยก็คือ “การกระทำ” ของเตี่ยเอง
เตี่ยเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของความขยัน ชื่อเสียงในเรื่องความขยันของเตี่ยเป็นที่กล่าวขานกันทั้งอำเภอ ลูกค้าของเตี่ยทุกคนบอกว่าคงจะหาใครที่ขยันได้แบบนี้คงยากมากๆ
ขนาดมีเงินทอง สุขสบาย ก็ยังไม่วายทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ยันเที่ยงคืนตี 1 ทุกวัน และเป็นแบบนี้ทุกๆวัน 365 วันต่อปี
ไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่เคยที่จะหยุดพัก!!!
เสื้อผ้าที่เตี่ยใส่ก็จะเป็นเสื้อผ้าที่เก่าๆขาดๆ ผมเคยถามเตี่ยว่า ทำไมไม่เอาเสื้อดีๆมาใส่ เตี่ยบอกว่า ใส่แบบนี้เค้าจะได้รู้ไง “ว่าเราเป็นพ่อค้า”
เวลาจะกินก็ไม่ค่อยได้กิน เวลาจะนอนก็ไม่ค่อยได้นอน ภาพที่ผมเห็นเตี่ยเวลานอนก็คือ การงีบหลับข้างๆกองสินค้า เมื่อร้านว่าง ภาพที่ผมเห็นเวลาเตี่ยกินก็คือ จานข้าวเย็นๆที่คุณแม่ตั้งทิ้งเอาไว้ให้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน (มัวแต่ทำงานจนปล่อยให้ข้าวเย็น)
การกระทำเหล่านี้ของเตี่ย ทำให้พวกเรารู้จักคำว่า “ติดดิน” และ “มัธยัสถ์”
นอกจากนี้เตี่ยยังเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น เตี่ยชอบที่จะบริจาคเงินให้กับวัด และ คนยากคนจนอยู่เสมอ
ค่าน้ำค่าไฟของโรงเรียนชนบทในอำเภอ เตี่ยก็เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด ค่าอาการกลางวัน นร. เตี่ยก็มักจะซื้อไปบริจาค ศาลาวัด สิ่งก่อสร้างในวัด ก็เป็นเงินที่เตี่ยนำไปถวาย
สิ่งที่เตี่ยสร้างไว้ มันช่างยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน
แต่แล้ว…. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา 12.03 น. เตี่ยก็จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ด้วยศิริอายุรวม 60 ปี กับอีก 60 วัน
เตี่ยล้มลงไปเสียชีวิต เนื่องจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจทำงานล้มเหลวเฉียบพลัน
ขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะ!!!
เรียกได้ว่ากะทันหันและช๊อกความรู้สึกของคนทางบ้านมากๆ เพราะเตี่ยไม่เคยเจ็บไม่เคยป่วย ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่
คุณหมอบอกกับพวกเราได้คำเดียวว่า เตี่ย “โชคร้าย”
ทั้งๆที่ระยะทางจากบ้านไป ร.พ. ในวันนั้น ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น 10 นาทีเท่านั้นจริงๆ แต่ก็นานพอที่จะพรากเตี่ยไปจากพวกเรา
คุณหมอพยายามปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่ขึ้น เหมือนกับว่า เวลาของเค้าได้หมดลงแล้ว
ก่อนหน้าที่เตี่ยจะเสียชีวิตประมาณ 2 อาทิตย์ จู่ๆเตี่ยก็บอกผมขึ้นมาเหมือนมีลางว่า “ถ้าเตี่ยจะตาย เตี่ยขอตายแบบสงบๆ” อยากนอนแล้วก็ตายไปเลย จะได้ไม่เจ็บ ลูกๆก็จะได้ไม่ต้องมาคอยเป็นห่วงดูแล
แล้วท่านก็ได้ไปในแบบที่ท่านต้องการจริงๆ หลับไปเลย ไม่เคยเจ็บป่วยทรมาน
ใบหน้าของเตี่ยเมื่อตอนเสียชีวิต กลับยิ้มอย่างน่าประหลาด เหมือนเตี่ยหมดห่วงทุกอย่างแล้ว
จริงๆพวกผมน่าจะดีใจที่ไม่ต้องเห็นท่านทรมาน เพียงแต่ ด้วยวัยเพียงแค่ 60 ปี มันช่างสั้นเกินไปจริงๆ
เงินทุกบาททุกสตางค์ ที่เตี่ยหามา เตี่ยยังไม่มีโอกาสได้ใช้เลย
เตี่ย…ทำงานจนวันสุดท้ายของชีวิต
สิ่งที่เตี่ยทิ้งเอาไว้ให้พวกเรา มันช่างมากมายนัก ผมตั้งใจเอาไว้ ว่าจะสานต่อธุรกิจของท่าน เป็นรุ่นที่ 3 คอยดูแลคุณแม่
และ…จะไม่ทำให้เตี่ยเสียใจ
|
 | sowan wrote on Dec 5, '06 เสียใจกับน้องกริดด้วยค่ะที่เสียคุณพ่อไป..ท่านไปสบายแล้ว |
 | T_T เสียใจด้วยนะคะ ที่บ้านก็คนจีนเหมือนกันนะ อยู่พิจิตรด้วยละ...เห็นอย่างงี้แล้วคิดถึงอาม่าเลย ทุกวันนี้ยังอยู่ แต่ก็ยังทำงานเหนื่อยทุกวัน! กิ๊บยังไม่เคยทำอะไรให้ป๊าเลย ต้องรักกันมากๆซะแล้ว เพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะไม่มีป๊า... |
 | ขอแสดงความเสียใจด้วยครับพี่กริด...สู้ๆนะพี่ |
 | เสียใจด้วยนะคะ แต่ว่า เตี่ย คุณกริด เป็น GReat เตี๋ยจริง ๆ พ่อของพวกเราทุกคนเป็น Great พ่อ great เตี่ย ทุก ๆ คน รักท่านให้มาก เท่าที่เราจะรักได้ เป็นคนดีที่สุดให้ท่านเห็นในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเราเมื่อท่านจากไปนะคะ ....เป็นกำลังใจให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพใจที่ดีในเร็ววันนะคะ :) |
 | hanoy wrote on Dec 6, '06 เสียใจด้วยนะคะ....สู้ๆค่า |
 | ขอแสดงความเสยใจด้วยนะครับ
|
 | ขอแสดงความเสียใจในการจากไป และขอชื่นชม ยกย่องในทุกสิ่งทุกอย่างที่ "เตี่ย" ของน้องกริดได้เคยทำและเคยเป็นมาตลอด...พี่เชื่อว่า...ท่านคงกำลังมองและให้กำลังใจน้องกริดและครอบครัวอยู่บนสวรรค์เป็นแน่ |
 | อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นลูกเลยค่ะ .. และขอชื่นชมคุณพ่อมาก ๆ เลยค่ะ ..เป็นกำลังใจให้ด้วยคนค่ะ ..
|
 | เสียใจด้วยนะคะน้องKrid สู้ๆ ครับ |
 | กริด เราเป็นกำลังใจให้เสมอนะ |
 | isorn wrote on Dec 6, '06 |
 | ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ... สู้ต่อไปครับ |
 | ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ... |
 | joli9 wrote on Dec 6, '06 อ่าว...เสียใจด้วยค่ะพี่กฤษณ์ พ่อพี่ขยันจังเลยฮับ เก่งจัง อ่านแล้วรักพ่อมากขึ้นก่าเดิมเลยแฮะ เพราะพ่อทุกคนก้อย่อมทำสิ่งดีๆให้ลูกเสมอ T_T |
 | ขอบคุณทุกๆคนมากๆนะครับ
ขอบคุณจริงๆ >/\< |
 | อ่านแล้วซึ้งมาก ขอแสดงความเสียใจด้วย ไม่ว่าจะตัดสินใจยังไงพี่เชื่อว่ากฤษจะต้องทำได้ดี อย่างที่คุณพ่อตั้งใจแน่แน่ๆ |
 | ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ขอให้เข้มแข็งและดูแลคนที่ยังอยู่โดยเฉพาะแม่ให้มากๆ..... เคยผ่านความรู้สึกตรงนั้นมาแล้วเหมือนกัน เลยเข้าใจว่าเป็นยังไง สู้ๆ นะคะ |
 | แล้วถ่ายรูปเองทำไมเนี่ย น่าจะเรียกน้องๆไปช่วยบ้างนะพี่ |
 | อ่านแล้วซึ้งมากๆครับ..ขอแสดงความเสียใจและขอเป็นกำลังใจให้ก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็งครับ... |
 | มาแสดงความเสียใจที่นี่อีกทีนะคะกฤษณ์
เข้มแข็งนะจ๊ะ ^^ |
| |
|