ปรากฏการณ์ ฮวนเด้ รามอส  | | สเปอร์ส "คู่ควร" กับแชมป์คาร์ลิง คัพ ในปีนี้ที่น่าสนใจ เหลือเกินว่า แชมป์นี้จะนำทีมตราไก่ไปสู่ความสำเร็จ ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้หรือเปล่าในอนาคต | น่าเสียดายที่ผมต้องจบบทความเมื่อวานตอน 90 นาทีโดยยังไม่ทราบว่า ตำแหน่งแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ 2008 ตกอยู่ในมือใครระหว่าง สเปอร์ส หรือเชลซี แต่ feel ของคอลัมน์ตั้งแต่พรีวิวฉบับขายวันเสาร์ และเมื่อวานก็น่าจะชัดเจนเพียงพอนะครับว่า ผมรู้สึกดีกับทีมตราไก่ขนาดไหนในเกมนี้ "กระแส" ส่วนใหญ่จากอังกฤษก็เป็นเช่นนั้นแบบรู้สึกได้ และนี่แหละครับที่ผมอยากจะเรียกมันว่า "Ramoss Effect" หรือปรากฏการณ์รามอส ที่มีอิทธิพลทางบวกต่อสเปอร์ส!!! อิทธิพลดังกล่าว "ส่งถึง" ผู้เล่น และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับทีมรวมถึงคนที่ติดตามข่าว ฟุตบอลอังกฤษทั่วโลกจนถึงขั้นกล่าวได้ว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวัน "สุกงอม" พอดิบพอดี กล่าวคือ แฟนบอลทั้งไก่ และทั่วไปต่างก็เชื่อ + แอบหวังว่า รามอส กับลูกทีมจะทำได้ ขณะที่นักเตะก็มีความเชื่อตั้งแต่เสียงนกหวีดของ มาร์ค ฮัลซีย์ เป่าสตาร์ตการแข่งขัน ดังนั้นชัยชนะเกมนี้เหนือทีมที่ "เหนือกว่า" ตามคำกล่าวของรามอสหลังเกมจึงมีนัย "สมใจ" neutral football fans หรือแฟนบอลทีมเป็นกลาง และแฟนบอลทีมตราไก่ทั่วโลกที่ต่างเห็นกันแล้วว่า รามอสมีดีจริงๆ และกำลังเปลี่ยนสเปอร์สให้เป็น "ยักษ์ตื่น" อย่างไรก็ดีครับ หากพิจารณาที่ "พัฒนาการ" ของทีมตราไก่ใน 2 ซีซั่นหลังของมาร์ติน โยล ที่พาทีมจบด้วยอันดับที่ 5 ทั้ง 2 ซีซั่น และเป็น "เต็งหนึ่ง" จากเกจิทุกสำนักให้เป็นทีมสอดแทรก "บิ๊กโฟร์" เข้าไปได้ในปีนี้  | | ทุกความสำเร็จในโลกมนุษย์ ไม่ว่าส่วน บุคคล หรือทีมฟุตบอลล้วนต้องการ "โชค" มาช่วยเสริม "ฝีมือ" ครับ | สเปอร์สจึงควรจะยืนอยู่ตรงนี้ หรือเป็นทีมระดับได้ลุ้นฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ และมีอันดับไม่เกิน "ท็อป 6" อยู่แล้ว เฉพาะอย่างยิ่งหากมองไปที่ "ไลน์อัพ" 11 คนแรกที่ดีที่สุดของทีม พอล โรบินสัน, อลัน ฮัตตัน, โจนาธาน วู้ดเกต, เลดลีย์ คิง, ปาสกาล ชิมบงด้า, แอรอน เลนน่อน, เจอร์เมน จีนาส, ดิดิเยร์ โซโกร่า, สตีด มัลบรองก์, ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ และ ร็อบบี้ คีน 11 ตัวแรกข้างต้น สามารถสู้ได้ทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก ดังที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า ผลงานถล่มอาร์เซนอล 5-1 ในคาร์ลิง คัพ เลกสอง และเสมอ แมนฯยูฯในลีก 1-1 เมื่อไม่นานมานี้ "เข้าตา" และเป็น "ดรรชนี" วัดความก้าวหน้าของทีมได้จริงๆ คือ ผมอยากจะบอกว่า "แชมป์คาร์ลิ่ง คัพ" กับไลน์อัพข้างต้นที่ยังไม่นับตัวสำรองมีระดับอย่าง ทอม ฮัดเดิลสตัน, ดาร์เรน เบนท์, แกเร็ธ เบล ฯลฯ ไม่ใช่สิ่งเกินคาดหมาย หากไม่ใช่ว่า สเปอร์ส Underachievement หรือเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จต่ำกว่าเป็นจริงมานาน หรืออย่าง น้อยๆ ก็ตั้งแต่ปี 1999 ที่ได้โทรฟี่ครั้งสุดท้ายจนแฟนบอลเอือม ระอา, ท้อแท้ และลงเอยด้วยการทำใจ + เคยชินในที่สุด เมื่อเป็นดังนี้ พัฒนาการนำสเปอร์สเข้าสู่ร่อง รอยของรามอสนับจาก รับตำแหน่งในเดือนตุลาคมปีก่อนเรื่อย มาจนถึงเวลานี้จึงเป็นสิ่งที่แฟนๆ ทีมตราไก่ได้แต่ทำตัวเป็น "อีแอบ" ทั้งแอบหวัง, แอบเชียร์, แอบลุ้น ฯลฯ แบบไม่กล้ากระต๊ากๆ หรือขันดังๆ เพราะกลัวผิดหวัง และถูกเชือดคอดิ้นพล่านเหมือนที่ผ่านๆ มาอีกครั้ง ดังนั้น หากไปถามแฟนบอลสเปอร์ส ผมจึงมั่นใจว่า คำตอบในตอนนี้ของพวกเค้าก็คือ เชื่อมั่นว่า สเปอร์สจะทำได้ดั่งเช่นที่เพิ่งพิสูจน์ใน คาร์ลิง คัพ แต่อีกด้านของความรู้สึกก็บอกว่า ต้องเก็บมันไว้ก่อน เก็บมันไว้ในใจจน "ความสำเร็จ" จะเกิดขึ้นจริงเป็นรูปเป็นร่าง ครับ ทุกทีมฟุตบอล หรือปัจเจกบุคคลทั่วไปต่างต้องการ "โอกาส" แบบนี้ หรือ "จังหวะ" ชีวิตแบบนี้ให้ตัวเองได้ "แจ้งเกิด" และถีบหนีออกจากวังวนเดิม นักกอล์ฟ, นักเทนนิส ก็ต้องการแชมป์ "เมเจอร์" รายการแรกเพื่อจะ "ตอกย้ำ" ความมั่นใจให้ตัวเอง และเพื่อให้ได้ชื่อว่า เป็นนักกีฬาที่ "ศักยภาพ" ได้รับการเติมเต็มแล้วโดยมี แชมป์รายการใหญ่ที่ได้รับการ "ยอมรับ" เป็นเครื่องหมายการค้า  | | ภาพของรามอส และความสำเร็จของเค้า กับทีมจะชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต!? | สเปอร์สเองก็เช่นกันครับที่ต้องการ "โทรฟี่" ใบนี้ หรือใบไหนก็ได้มากระตุกต่อม "สงสัย" ในความสามารถ ตัวเองของนักเตะ คือ ผมกำลังหมายความว่า นักกีฬา หรือคนทำงาน ที่ประสบความสำเร็จทุกคนต้องมี "ช่วงเวลา" ที่ตัวเองเกิด "สงสัย" ในความสามารถของตัวเอง หรือ self-doubt ขึ้นมาอันมีที่มาที่ไปจากปัจจัยต่างๆ และ 1 ในปัจจัยที่ว่าก็คือ การ "ห่างหาย" จากความสำเร็จ หรือชัยชนะมาเป็นเวลานาน เช่น 9 ปีของสเปอร์สในครั้งนี้ ฉะนั้นผมจึงหวังว่า การ breakthrough ขึ้นมาซิวแชมป์ ได้ครั้งนี้จะเป็น "บันได" ก้าวไปสู่ความสำเร็จขั้นต่อๆ ไปของยอดทีมตอนเหนือแห่งกรุงลอนดอน ที่มีทุกอย่างพร้อมไม่ว่าจะแฟนบอล, นักเตะ, กำลังทรัพย์ หรือประวัติศาสตร์ความเป็นมา นักเตะสเปอร์สจะต้อง "ก็อปปี้" ความรู้สึกจากการชนะหลังตามหลังในเกมนี้ หรือเกมดีๆ เช่นที่อัดกับผี และปืนได้อย่างไม่เป็นรอง "ฝัง" เข้าไว้ในสมอง ยามเหลือบไปมองคู่แข่งก่อนเกมในแต่ละ นัดก็โปรดจงทราบว่า ตัวเองกำลังเล่นอยู่กับสเปอร์ส หนึ่งในยอดทีมในอดีต และกำลังลุกโชติไปด้วยไฟแห่งความสำเร็จในปัจจุบันที่ "ศักยภาพ" ทุกด้านสู้กับใครก็ได้ในโลกภายใต้การทำทีมของหนึ่งในกุนซือที่ดีที่สุดในโลกที่ "พลิกทีม" ได้เหมือนแค่พลิกฝ่ามือภายในเวลาแค่ 5 เดือนที่มีชื่อว่า... ฮวนเด้ รามอส ครับ ไข่มุกดำ 's column โดย ไข่มุกดำ ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3141
 | ...ดีใจด้วยครับ เอาใจช่วยเหมือนกัน ...
ป.ล. โซโกร่าน่าจะซัดสัก 2 เม็ด... ถ้าเป็นตอฟสองลูกนั้นไม่เหลือ |
 | ชิ เด็กเชลซีเค้ามาแอบหมั่นไส้
แต่พี่รามอสและลูกทีมเค้าแน่จริงๆ
กึ๋นพี่แกรนท์ยังไม่ถึงขั้นน่ะ |
| |
|